เห็ดหลินจือสรรพคุณสู้โรคเพื่อสุขภาพ

สู้โรคเพื่อสุขภาพที่ดี สรรพคุณสมุนไพรเห็ดหลินจือ มีสารป้องกัน ยับยั้ง บำรุง ฟื้นฟูความเสื่อมระดับเซลล์ ประโยชน์ทางยาที่ดีที่สุดจาก “สปอร์” รักษาสารพัดโรค กินแล้วมีผลข้างเคียง ดีจริงไหม? บทความนี้มีคำตอบ

เห็ดหลินจือ (Linzhi หรือ Reishi) หรือที่รู้จักกันดีในประเทศไทย “เห็ดหมื่นปี / เห็ดจวักงู” ชื่อวิทยาศาสตร์ Ganoderma lucidum มีหลายสายพันธุ์แต่ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยสีแดง จัดเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีน ที่มีการใช้มานานกว่า 2,000 ปี เป็นยาอายุวัฒนะและมีสรรพคุณจากสารสำคัญออกฤทธิ์ นำมาใช้ประโยชน์ช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ในเภสัชตำรับของสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับความสนใจจากสถาบันวิจัยในวงการแพทย์ทั่วโลก เพราะเห็ดชนิดนี้มีสารสำคัญกว่า 250 ชนิด ทานแล้วไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายและความปลอดภัยเมื่อใช้ติดต่อกันเวลานาน จึงจัดได้ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน

สปอร์เห็ดหลินจือแดง ประโยชน์สรรพคุณเพื่อสุขภาพ ผลข้างเคียง โทษอันตราย กินช่วยรักษาโรคอะไร

เห็ดหลินจือมีสรรพคุณทางยามากมาย ช่วยบำรุงร่างกาย มีฤทธิ์สร้างภูมิต้านทานและรักษาอีกหลายโรค มีรายงานวิจัยพบว่าช่วย โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง-ต่ำ โรคตับ ภูมิแพ้ หรือแม้แต่โรคมะเร็งที่ว่าน่ากลัว สารสำคัญในเห็ดหลินจือสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ทั้งในทางตรงและทางอ้อม “เห็ดหลินจือ” จึงเป็นสมุนไพรจีนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนรักษ์สุขภาพ และถูกขนานนามให้เป็น “ราชันย์เห็ดหมื่นปี”

สรรพคุณและประโยชน์ เห็ดหลินจือ ได้รับการยอมรับ

เห็ดหลินจือ ดีจริงไหม? สรรพคุณช่วยอะไรบ้าง? ในเชิงเภสัชวิทยาจากรายงานวิจัย พบสามารถฟื้นฟูอาการป่วยได้หลายโรค ซึ่ง เห็ดหลินจือแดงออกฤทธิ์ต่อ 5 ระบบ คือ

1.ระบบภูมิต้านทาน มีการศึกษาพบว่าในเห็ดหลินจือมีสารโพลีแซคคาไรด์ ที่ช่วยยืดเวลาเสื่อมของเซลล์ นอกจากนี้มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาวในการจัดการกับไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และเซลล์ก่อมะเร็ง ดังนั้นจึงช่วยให้ร่างกายสามารถจัดการกับอาการผิดปกติต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีผลดีต่อผู้เป็นภูมิแพ้  โรคเบาหวานที่แผลหายยาก เป็นหวัดเจ็บคอบ่อย ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง

2.ระบบหลอดเลือด กินสปอร์เห็ดหลินจือแดง สมุนไพรสรรพคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพ ผลข้างเคียง ง่วงนอน ฉี่บ่อย คัน รักษาโรคอะไรเห็ดหลินจือ มีผลต่อช่วยขยายหลอดเลือด ลดการทำลายของสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว มีผลช่วยลดการเกาะตัวของไขมัน คอเลสเตอรอล หรือเกล็ดเลือดในหลอดเลือด ส่งผลให้ช่วยชะลอความแก่ไม่เพียงแต่ผิวพรรณเต่งตึงเท่านั้น แต่ชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต เป็นต้น โดยเฉพาะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างจากสารสำคัญที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือ เช่น Sterols, Ganoderic Acid ที่มีอยู่เฉพาะในสมุนไพรเห็ดหลินจือเท่านั้น

3.ระบบประสาท เห็ดหลินจือจัดเป็นสารปรับสมดุล ซึ่งหมายถึงสารที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพปกติจากสิ่งต่างๆ โดยสามารถลดความตึงเครียดในสมอง ช่วยให้ระบบหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองทำงานดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมองสูงถึง 1.5 เท่า

4.ระบบต่อมไร้ท่อ ไม่ว่าจะเป็นต่อมไทรอยด์ ต่อมไทมัส ต่อมหมวกไต ต่อมลูกหมาก และที่มองข้ามไม่ได้ คือ ตับอ่อนที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลิน พบว่าเห็ดหลินจือมีสารสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของต่อมไร้ท่อต่างๆ เกิดความสมดุล เช่น ผู้ป่วยเบาหวานเมื่อกินเห็ดหลินจือจะมีสภาวะของร่างกายดีขึ้น ลดอัตราความรุนแรงของสภาวะขึ้นๆ ลงๆ ของน้ำตาล เป็นต้น ที่สำคัญเห็ดหลินจือมีสารที่ช่วยให้ต่อมใต้สมองหลั่งโกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ในขณะที่หลับ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตในเด็กและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในผู้ใหญ่ หรือฟื้นความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่เราได้

5.ระบบเผาผลาญอาหาร หากร่างกายขาดความสมดุลนำไปสู่ความผิดปกติในหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น อาจเกิดความผิดปกติในการเผาผลาญอาหารเห็ดหลินจือยังมีสารที่จะเข้าไปช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อทุกระบบในร่างกาย “สมุนไพรเห็ดหลินจือ” จึงช่วยคืนสุขภาพดีให้กับตัวคุณ!

นอกจากนี้เห็ดหลินจือมีสรรพคุณเด่นในการช่วยล้างพิษ หรือขับสารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งอวัยวะที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ก็คือ ตับ โดยเห็ดหลินจือจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับ ในการทำหน้าที่กำจัดสารพิษ สร้างน้ำดี ช่วยให้อาหารประเภทไขมันถูกย่อย และดูดซึมได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังขับกรดยูริก น้ำตาล ไขมัน สารก่อมะเร็งและสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย ด้วยการขับออกทางระบบขับถ่ายทุกระบบของร่างกาย เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ และทางเหงื่อ เป็นต้น ที่สำคัญยังช่วยบำรุงไตให้ไตทำงานได้ดีขึ้น หรือในบางรายที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ก็ยังช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตด้วย

ประโยชน์จากสรรพคุณเห็ดหลินจือเหมาะกับใคร?

สมุนไพรเห็ดหลินจือ นิยมใช้ในดูแลสุขภาพร่างกาย และในกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพ เนื่องจากยังมีสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงสุขภาพ ต้านการอักเสบ ช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคได้มากมาย ซึ่งพบได้ทั้งในดอกเห็ดและสปอร์ แต่ส่วนใหญ่พบในสปอร์ และสปอร์เห็ดหลินจือที่กะเทาะผนังหุ้มจะมีสารสำคัญและฤทธิ์ทางยาดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้ม อ้างอิง...สนง.สมุนไพรคณะเภสัชฯ ม.มหิดล โดยในตำรับยา และรายงานวิจัยกว่า 1,000 ฉบับทั่วโลก ระบุไว้ว่า “เห็ดหลินจือ” นำมาใช้รักษาได้หลายอาการโรค

  • บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีรายงานการศึกษาทางคลินิกพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม
  • ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน รวมทั้งโรคที่อยู่ในกลุ่มอาการความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย
  • ลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ
  • เสริมสร้างความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์ และป้องกันการลืม,ต้านการอักเสบของเซลสมองได้ในผู้สูงอายุ
  • ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น
  • ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
  • ล้างพิษให้ร่างกาย
  • เห็ดหลินจือช่วยรักษาโรคเก๊าท์
  • บำรุงสายตา
  • แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  • ชะลอการก่อตัวของเกร็ดเลือดและละลายลิ่มเลือด – บรรเทาอาการของหลอดเลือดหัวใจตีบ บรรเทาอาการของหลอดเลือดในสมองตีบ
  • เห็ดหลินจือรักษาโรคภูมิแพ้ หืด หอบ
  • เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
  • ลดความดันโลหิตสูง
  • แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์
  • บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียอย่างเรื้อรังได้เห็นผล
  • แก้อาการนอนไม่หลับ เวียนศีรษะ เบื่ออาหาร
  • รักษาอาการปวดหลังจากการติดเชื้องูสวัด
  • รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
  • ลดการอักเสบในลำไส้
  • บำรุงและรักษาโรคตับต่าง ๆ ทั้งตับแข็ง ตับอักเสบ ฟื้นฟูสมรรถภาพของตับที่ถูกทำลายจากการรับประทานยาจำนวนมากติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
  • ป้องกันการทำงานหนักของไต
  • รักษาริดสีดวงทวาร
  • สปอร์เห็ดหลินจือลดอาการปวดประจำเดือน
  • แก้ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
  • ฯลฯ

ประเทศไทย “เห็ดหลินจือ” เกิดขึ้นจากแนวพระราชประสงค์ของล้นเกล้าฯ ที่ต้องการให้คนไทยสุขภาพแข็งแรง อ่านเพิ่มเติมการวิจัยพัฒนา…  เห็ดหลินจือแดง G2 โครงการหลวงสวนจิตรลดาสู่ MG2 สายพันธุ์แผ่นดินไทย โครงการสวนเกษตรเมืองงาย จ.เชียงใหม่

การศึกษาวิจัยเห็ดหลินจือ “สู้มะเร็ง” ในประเทศไทย

จากงานวิจัยพบว่า โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ผลการวิจัยหลายแห่งระบุตรงกันว่า สารสกัดและสปอร์เห็ดหลินจือช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย โดยคณะแพทยศาสตร์ มช. พบว่าสปอร์และสารสำคัญในเห็ดหลินจือสามารถหยุดยั้งเซลล์มะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านมในผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้อย่างน่าพอใจ

วิจัยเห็ดหลินจือสู้มะเร็ง สรรพคุณประโยชน์ในการรักษาโรคอะไร เพื่อสุขภาพดีจริงไหม

การศึกษาความปลอดภัยของเห็ดหลินจือ

มีรายงานการศึกษาพิษเฉียบพลันของเห็ดหลินจือพบว่ามีความเป็นพิษต่ำมาก มีความปลอดภัย  ยืนยันว่าเห็ดหลินจือไม่อันตรายจากการทานอย่างต่อเนื่องนานๆ

นอกจากนี้การวิจัยคณะเภสัชฯ ของ ม.มหิดลยังระบุอีกว่า การกินเห็ดหลินจือนานๆ ไม่มีผลข้างเคียงหรือมีสารตกค้างที่ตับหรือไต ต่างจากการกินยาแผนปัจจุบันที่หากกินนานๆ มักจะเกิดสารตกค้างสะสมที่เป็นอันตรายต่อตับและไต

วโรยา สปอร์เห็ดหลินจือ MG2 เมืองงาย สมุนไพรสรรพคุณสุขภาพ

เห็ดหลินจือ ผลข้างเคียง โทษอันตราย

ทานเห็ดหลินจือในช่วงแรก อาจจะเกิดการขับพิษ(หรืออาจเรียก “ผลข้างเคียง”) หรือกระบวนการวินิจฉัยโรค ซึ่งแต่ละโรคอาจจะมีลักษณะต่างกัน อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ คัน รู้สึกวูบวาบ ไปทั้งตัว มีไข้ ง่วงนอน ฉี่บ่อย ปวดตามข้อ ท้องเสีย น้ำมูกไหล ไอ เป็นต้น ซึ่งในขณะเกิดอาการเหล่านี้ให้ดื่มน้ำมากๆ และทานวิตามินซีควบคู่ เพื่อช่วยให้การดูดซึมสารสำคัญในเห็ดหลินจือง่าย ร่างกายฟื้นตัวเร็ว และเกิดอาการข้างเคียงน้อยลง

ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นตัวชี้บ่งว่าการรักษามาถูกทาง เพราะเป็นสัญญาณของการหายป่วย มักจะเกิดตั้งแต่เริ่มกินเห็ดหลินจือประมาณ 3-4 วัน (แล้วแต่บุคคล) ทำให้เข้าใจไปว่าเห็ดหลินจือมีผลข้างเคียงหรือมีอันตราย

อาการต่างๆ เหล่านี้ จะหายไปเองภายในเวลา 1-2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องหยุดทานเห็ดหลินจือ เมื่อเห็ดหลินจือนั้นได้ทำการขับพิษออกจากร่างกาย จนร่างกายเริ่มฟื้นฟู และสามารถปรับสภาพในร่างกายได้ ที่สำคัญสามารถกินเห็ดหลินจือร่วมกับยาแผนปัจจุบันโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดยทานเห็ดหลินจือหลังจากทานยาแผนปัจจุบันไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อร่างกายในการบำบัดโรคตามแนวทางทฤษฎี “การแพทย์ผสมผสาน”

ทำให้เห็ดหลินจือถูกจัดอันดับเป็นสมุนไพรประเภทดี 1

    • ดี 1 หมายถึง มีสรรพคุณที่ระบุหนึ่ง ใช้ขนาดสูงได้โดยปลอดภัยหนึ่ง ใช้เป็นระยะยาวนานได้อีก 1 เทียบได้กับยากลุ่มวิตามิน เมลาโทนินและโสม
    • ดี 2 หรือปานกลาง หมายถึง มีสรรพคุณรักษาโรคเฉพาะได้ แต่หากใช้ระยะยาวอาจมีพิษสะสม เช่น กลุ่มยาปฏิชีวนะ
    • ดี 3 หมายถึง มีทั้งสรรพคุณและพิษในเวลาเดียวกัน เช่น ยารักษามะเร็งกลุ่มคีโม

^-^ กดปุ่มแชร์ในโซเชียลมีเดีย ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคุณ แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้เพื่อนๆ เพื่อคนไทยมีสุขภาพที่ดี!! ^-^